ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2)

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) – เซบีย่า (สเปน)
Bayern Munich (Germany) – Sevilla (Spain)

(นัดแรก บาเยิร์น มิวนิค ชนะ 2-1)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 01.45 น.

 

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค พาทีมบุกไปเชือดเซบีย่า 2-1 ในนัดแรก ก่อนถล่มเอาก์สบวร์ก 4-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด พร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้เป็นที่เรียบร้อย 6 สมัยติดต่อกัน เหลือแค่รอรับถาดเท่านั้น

สภาพทีมเกมนี้ ไฮย์เกสต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของอาร์ตูโร่ วิดัล (เข่า) และ ดาวิด อลาบา (หลัง) แต่ก็โอกาสชวดมีสูง ขณะที่ คิงส์เล่ย์ โกมัน (ข้อเท้า) และ มานูเอล นอยเออร์ (เข่า) ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้วยังชวดเหมือนเดิม

พวกแกนหลักที่ถูกพักไว้อย่าง มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ฆาบี มาร์ติเนซ, ติอาโก้ อัลกานตาร่า, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ต่างพร้อมรีเทิร์น

ทว่าทั้งเลวานดอฟสกี้, โจชัว คิมมิช, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เจอโรม บัวเต็ง และ เซบาสเตียน รูดี้ ที่ติดคาดโทษอยู่ ก็ต้องระวังหากโดนจดชื่อเพิ่ม เพราะถ้าเข้ารอบก็จะอดเล่นรอบตัดเชือก นัดแรกทันทีนั่นเอง

ขณะที่ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เทรนเนอร์เซบีย่า พาทีมแพ้บาเยิร์น มิวนิคไปก่อน 1-2 ในนัดแรก ก่อนแพ้เซลต้า บีโก้เละ 0-4 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ 2 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ มอนเตลล่าจะได้เอเวร์ บาเนก้า มิดฟิลด์ตัวสำคัญพ้นโทษแบนกลับมา แต่ต้องรอเช็กความฟิตของซิมง เคียร์, กาเบรียล เมร์กาโด้ และ เซบาสเตียง กอร์เชีย

ในรายของเมร์กาโด้, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ และ วิสซาม เบน เยแดร์ ก็ต้องระวังตัว เพราะถ้าโดนจดชื่อเพิ่มก็จะหมดสิทธิ์เล่นรอบตัดเชือก นัดแรกทันที หากพลิกสถานการณ์เข้ารอบได้ฃ

ส่วนแนวรุกคาดว่าจะใช้ ปาโบล ซาราเบีย, ฟรังโก้ วาซเกซ, ฮัวกิน กอร์เรอา และ หลุยส์ มูเรียล เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันหวังพลิกกลับมาคว้าชัยให้ได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง
บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : สเวน อูลไรช์ – โจชัว คิมมิช, เจอโรม บัวเต็ง, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ฆวน เบร์นาต – ฆาบี มาร์ติเนซ, ติอาโก้ อัลกานตาร่า – ฮาเมส โรดริเกซ, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
เทรนเนอร์ : จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

เซบีย่า (4-2-3-1) : เซร์คิโอ ริโก้ – เฆซุส นาบาส, ซิมง เคียร์, กเลมงต์ ล็องก์เล่ต์, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ – สตีเว่น เอ็นซอนซี่, เอเวร์ บาเนก้า – ปาโบล ซาราเบีย, ฟรังโก้ วาซเกซ, ฮัวกิน กอร์เรอา – หลุยส์ มูเรียล
เทรนเนอร์ : วินเชนโซ่ มอนเตลล่า

ผู้ตัดสิน : วิลลี่ คอลลัม (สกอตแลนด์)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

– นี่เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ที่บาเยิร์นมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยปีก่อนพ่ายต่อ เรอัล มาดริด รวม 2 นัด 3-6 หยุดที่ตรงนี้ และเป็นครั้งที่ 29 ของสโมสร มีเพียงเรอัล มาดริด ที่มาถึงรอบนี้ได้มากกว่า คือ 35 หน ส่วนเซบีย่ามาถึงรอบก่อนรองฯ เป็นครั้งแรก นับแต่ที่เคยทำได้ครั้งเดียว เมื่อ 60 ปีก่อน
– นี่เป็นครั้งแรกที่บาเยิร์น เจอกับเซบีย่า แม้ว่า 4 ซีซั่นหลังพวกเขาจะตกรอบด้วยน้ำมือสโมสรจากสเปน (เรอัล มาดริด, บาร์ซ่า, แอตเลติโก มาดริด และเรอัล มาดริด ปีก่อน โดยสามหนแรกเป็นรอบรองชนะเลิศ) แต่ทีมจากมิวนิคแข็งแกร่งที่บ้านเมื่อเจอกับทีมลา ลีกา
– สถิติของบาเยิร์นในรอบก่อนรองชนะเลิศรายการนี้คือ ชนะ 18 แพ้ 10
– บาเยิร์นเข้ามาเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก (นับเฉพาะ) ถึง 17 ครั้ง มากกว่าทีมไหน ส่วนบาร์ซ่ากับราชันอยู่ที่ 16 หน
– เสือใต้มีสถิติรวมเจอกับทีมจากลา ลีกา ที่มิวนิค คือ ชนะ 18, เสมอ 5, แพ้ 3
– เสือใต้แพ้แค่ครั้งเดียวจาก 24 เกมยูฟ่า ที่พวกเขาชนะในเกมเยือนก่อน นั่นคือพ่ายต่ออินเตอร์ มิลาน ปี 2010/11
– เสือใต้สถิติเล่น 2 นัดแบบเหย้า-เยือนเจอกับทีมจากสเปนคือชนะ 9, แพ้ 10 โดยหนล่าสุดคือแพ้ต่อเรอัล มาดริด ซีซั่นก่อน ในรัง 1-2 และ 4-2 หลังจากต่อเวลาพิเศษที่สเปน
– เสือใต้ชนะ 16 เกมรวดในบ้านยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ช่วงระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2014 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2017 เป็นสถิติการแข่งขัน แต่ก็มาแพ้ต่อเรอัล มาดริด ในรอบก่อนรองฯ นี่แหละ
– สถิติการยิงจุดโทษของเสือใต้ในถ้วยยุโปรป คือชนะ 5, แพ้ 1
– เซบีย่าครั้งเดียวที่เคยมาถึงรอบก่อนรองก่อนหน้านี้คือปี 1957/58 ตอนนั้นแพ้ต่อ เรอัล มาดริด สกอร์รวม 2-10 (เยือน 0-8, 2-2 เหย้า) ซึ่งสกอร์ 08 ถือว่ายับที่สุดของเซบีย่าในถ้วยยุโรป และเป็นสกอร์ที่ห่างที่สุดในยูโรเปี้ยน คัพ รอบ 8 ทีม
– ครั้งสุดท้ายที่เซบีย่ามาเยือนเยอรมันคือแพ้ต่อ กลัดบัค 2-4 ในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เดือนพฤศจิกายน 2015
– สถิติเตะน็อกเอาต์แบบสองนัดของเซบีย่าเจอกับทีมจากเยอรมัน คือชนะ 3, แพ้ 2 แต่พวกเขามาเยือนเยอรมัน ชนะ 5 จาก 9 หน โดยเป็นการแพ้ 3 และเสมอ 1
– เซบีย่าแพ้แค่สองเกมจาก 12 เกมเยือนหลังในถ้วยยุโรป (ชนะ 4, เสมอ 6) โดยแพ้ที่สปาร์ตัก และเลสเตอร์
– สถิติการดวลจุดโทษของเซบีย่า ในถ้วยยุโรป คือชนะ 5, แพ้ 1
– จุ๊ปป์ ไฮย์เกส กุนซือเสือใต้เคยทำทีมในสเปนกับบิลเบา, เตเนรีเฟ่ และเรอัล มาดริด สถิติของเขาในการเจอกับเซบีย่า คือ ชนะ 5, เสมอ 3 แพ้ 4
– ฟร้องค์ ริเบรี่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โยชัว คิมมิช, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เยโรม บัวเต็ง และ เซบาสเตียน รูดี้ เป็น 6 นักเตะเสือใต้ที่ต้องระวังห้ามโดนเหลือง ไม่เช่นนั้นถ้าเข้ารอบจะติดแบนหนึ่งนัด
– ส่วนเซบีย่าได้ตัว เอแวร์ บาเนก้า พ้นโทษแบนกลับมา แต่ กีโด้ ปิซาร์โร่, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่, วิสซาม เบน เยแดร์, โจอากิน กอร์เรอา รวมถึง กาเบรียล แมร์คาโด้ ต้องระวังห้ามโดนเหลือง ไม่เช่นนั้นเข้ารอบก็จะติดแบนหนึ่งเกมเช่นกัน
– มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 13 เกมหลังสุดของบาเยิร์น ในแชมเปี้ยนส์ ลีก
– เสือใต้ชนะ 7 เกมหลังสุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก
– มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ลูกใน 9 จาก 11 เกมหลังสุดของเซบีย่า ในแชมเปี้ยนส์ ลีก
– เสือใต้ยิงอย่างน้อย 2 เม็ด ใน 7 เกมหลังแชมเปี้ยนส์ ลีก


ที่มา : Siamsport

ทีเด็ดบอล / วิเคราะห์บอล / เซียนล้มโต๊ะ/ วิเคราะห์บอลวันนี้